Jul 26, 2017 Last Updated 7:52 AM, Mar 23, 2558

การพัฒนาเนื้อดินอำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์เพื่อใช้ในการขึ้นรูปผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาแบบใบมีด (Jiggering)

ชื่อโครงการ        การพัฒนาเนื้อดินอำเภอบ้านกรวด  จังหวัดบุรีรัมย์เพื่อใช้ในการขึ้นรูปผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาแบบใบมีด  (Jiggering)

ชื่อผู้วิจัย                นายปราโมทย์   ปิ่นสกุล

                          นายกฤษดากร   เชื่อมกลาง

สาขาวิชาเทคโนโลยีเซรามิกส์ 

คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม    มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

ปีที่ทำวิจัย             2552    

บทคัดย่อ

                จากการศึกษาทดลองการนำดินพื้นบ้านจากอำเภอบ้านกรวด  จังหวัดบุรีรัมย์เพื่อใช้ในการขึ้นรูปผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาแบบใบมีด  (Jiggering)  ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาอัตราส่วนผสมของเนื้อดิน  โดยใช้ทฤษฎีเชิงเส้น  ( Line  Blend )  มีวัตถุดิบ  2  ชนิด   ได้แก่ดินจากอำเภอบ้านกรวด  และดินดำทั้งหมด 10  สูตร  นำไปเผาที่อุณหภูมิ  1,230  องศาเซลเซียส  ทำการทดสอบสมบัติทางกายภาพของเนื้อดินหลังการเผา  และเพื่อนำเนื้อดินที่มีอัตราส่วนผสมที่เหมาะสมสำหรับการขึ้นรูปแบบใบมีด   มาทดแทนการซื้อเนื้อดินสำเร็จรูปที่มีราคาค่อนข้างสูง  และเป็นการสร้างเอกลักษณ์ให้กับผลิตภัณฑ์   ในส่วนของการใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นสร้างเป็นผลิตภัณฑ์

              จากการทดลองพบว่าสูตรที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมได้แก่สูตรที่  6  ซึ่งมีอัตราส่วนผสมดังนี้ดินพื้นบ้าน อ.บ้านกรวด  ร้อยละ  50  และดินดำร้อยละ  50   เมื่อทำทดสอบสมบัติทางกายภาพของเนื้อดินหลังการเผาแกร่งแล้วเนื้อดินมีสีน้ำตาลอ่อนออกครีม  มีค่าการหดตัวของเนื้อดินอยู่ที่ร้อยละ  9.8   มีค่าการดูดซึมน้ำร้อยละ  3.70  และมีค่าความแกร่งของเนื้อดิน  461.23  กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร  ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ของเนื้อดินเซรามิกส์ชนิด สโตนแวร์  คือมีค่าการหดตัวไม่เกินร้อยละ  15   ค่าการดูดซึมน้ำไม่เกินร้อยละ  5  มีค่าความแกร่งมาก   ตามเกณฑ์มาตรฐานของเนื้อดินชนิด สโตนแวร์  เมื่อเคาะแล้วจะมีเสียงดังกังวาน   ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มเนื้อดินชนิด สโตนแวร์

              เมื่อนำมาทดสอบเพื่อวิเคราะห์ศักยภาพในการขึ้นรูปแบบใบมีดแล้ว  เนื้อดินมีความเหนียว  การกดวางใบมีดลง  และการรีดเนื้อดินเข้าตามขนาดความหนาของแบบพิมพ์ได้ดี    ระยะเวลาในการหลุดร่อนออกจากแม่พิมพ์อยู่ที่ระหว่างเวลา  20 – 25  นาที  ซึ่งเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมคือไม่มากเกินและไม่น้อยจนเกินไป   และที่สำคัญเนื้อดินสามารถทรงตัวตามรูปแบบที่ได้ออกแบบไว้   ไม่แตกร้าว  ไม่บิดเบี้ยว  ซึ่งสามารถที่จะนำไปพัฒนาใช้ในการผลิตเชิงอุตสาหกรรมได้  

Roller Head Machine

ชื่อโครงการ          การพัฒนาเนื้อดินพื้นบ้านจังหวัดบุรีรัมย์เพื่อใช้ในการขึ้นรูปผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาด้วยเครื่องโรลเลอร์เฮด  แมชชีน  (Roller  Head  Machine )

ชื่อผู้วิจัย                นายปราโมทย์   ปิ่นสกุล

                           นายวัชระ   วชิรภัทรกุล

                           นายวีระ   เนตราทิพย์

                           นายกฤษดากร  เชื่อมกลาง

สาขาวิชาเทคโนโลยีเซรามิกส์   คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม    มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

ปีที่ทำวิจัย             2555    

บทคัดย่อ

                                จากการศึกษาทดลองการนำดินพื้นบ้านจากอำเภอบ้านกรวด  จังหวัดบุรีรัมย์เพื่อ

ใช้ในการขึ้นรูปผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาด้วยเครื่องโรลเลอร์เฮด  แมชชีน (Roller  Head  Machine)

ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาอัตราส่วนผสมของเนื้อดิน  โดยใช้ทฤษฎีเชิงเส้น  ( Line  Blend )  มีวัตถุดิบ  2  ชนิด   ได้แก่ดินจากอำเภอบ้านกรวด  และดินดำทั้งหมด 10  สูตร  นำไปเผาที่อุณหภูมิ  1,230  องศาเซลเซียส  ทำการทดสอบสมบัติทางกายภาพของเนื้อดินหลังการเผา  และเพื่อนำเนื้อดินที่มีอัตราส่วนผสมที่เหมาะสมสำหรับการขึ้นรูปด้วยเครื่องโรลเลอร์เฮด  แมชชีน   มาทดแทนการซื้อเนื้อดินสำเร็จรูปที่มีราคาค่อนข้างสูง  และเป็นการสร้างเอกลักษณ์ให้กับผลิตภัณฑ์   ในส่วนของการใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นสร้างเป็นผลิตภัณฑ์

              จากการทดลองพบว่าสูตรที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมได้แก่สูตรที่  6  ซึ่งมีอัตราส่วนผสมดังนี้ดินพื้นบ้าน อ.บ้านกรวด  ร้อยละ  50  และดินดำร้อยละ  50   เมื่อทำทดสอบสมบัติทางกายภาพของเนื้อดินหลังการเผาแกร่งแล้วเนื้อดินมีสีน้ำตาลอ่อนออกครีม  มีค่าการหดตัวของเนื้อดินอยู่ที่ร้อยละ  9.8   มีค่าการดูดซึมน้ำร้อยละ  3.70  และมีค่าความแกร่งของเนื้อดิน  461.23  กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร  ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ของเนื้อดินเซรามิกส์ชนิด สโตนแวร์  คือมีค่าการหดตัวไม่เกินร้อยละ  15   ค่าการดูดซึมน้ำไม่เกินร้อยละ  5  มีค่าความแกร่งมาก   ตามเกณฑ์มาตรฐานของเนื้อดินชนิด สโตนแวร์  เมื่อเคาะแล้วจะมีเสียงดังกังวาน   ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มเนื้อดินชนิด สโตนแวร์

             เนื้อดินเมื่อนำมาทดสอบเพื่อวิเคราะห์ศักยภาพในการขึ้นรูปด้วยเครื่องโรลเลอร์  เฮด      แมชชีน  แล้ว  เนื้อดินมีความเหนียว  การกดหัวโรเลอร์ลง  และการรีดเนื้อดินเข้าตามขนาดความหนาของแบบพิมพ์ได้ดี    ระยะเวลาในการหลุดร่อนออกจากแม่พิมพ์อยู่ในระเวลาที่เหมาะสมคือไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป  อยู่ที่ระหว่างเวลา  20 – 25  นาที  และที่สำคัญเนื้อดินสามารถทรงตัวตามรูปแบบที่ได้ออกแบบไว้   ไม่แตกร้าว  ไม่บิดเบี้ยว  ซึ่งสามารถที่จะนำไปพัฒนาใช้การผลิตในเชิง

การศึกษาองค์ประกอบและแนวความคิดสร้างสรรค์ ในงานออกแบบเครื่องปั้นดินเผา

ชื่อโครงการ          การศึกษาองค์ประกอบและแนวความคิดสร้างสรรค์

ในงานออกแบบเครื่องปั้นดินเผา

ชื่อผู้วิจัย                นายวัชระ   วชิรภัทรกุล

                           นายกฤษดากร   เชื่อมกลาง

สาขาวิชาเทคโนโลยีเซรามิกส์ 

คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม    มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์     

ปีที่ทำวิจัย             2552

บทคัดย่อ

            การศึกษาองค์ประกอบและแนวความคิดสร้างสรรค์ในงานออกแบบเครื่องปั้นดินเผา     ครั้งนี้  เป็นการศึกษาวิจัยเพื่อให้ทราบถึงองค์ประกอบในการออกแบบสร้างสรรค์งานเครื่องปั้นดินเผาโดยยึดหลักการจากการออกแบบองค์ประกอบทางศิลปกรรม ในมิติต่าง ๆ เพื่อนำมาใช้เป็นแนวทางในการสร้างสรรค์ผลงาน   

           จากการศึกษาข้อมูลในมิติต่าง ๆ  ที่สามารถนำมาเป็นแนวทางการออกแบบในการวิจัยครั้งนี้โดยใช้ดอกไม้และใบไม้  รูปทรงสรีระของมนุษย์ผู้หญิง รูปทรงของสิ่งของที่มนุษย์สร้างขึ้น รูปทรงเรขาคณิตไปจนถึงรูปทรงอิสระที่เป็นนามธรรม    ซึ่งลักษณะที่เห็นได้ชัดเจนในการสร้างสรรค์ก็คือ   รูปแบบของผลงานไม่มีขีดจำกัดในด้านรูปร่าง  รูปทรงและรูปลักษณ์ของผลงาน สามารถสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างเสรีตามที่ต้องการ    แต่ยังคงยึดแนวความคิดและแรงบันดาลใจจากหลักการออกแบบทางศิลปะเป็นสำคัญ  และคำนึงถึงลักษณะการใช้สอยและความงาม   ซึ่งตรงตามวัตถุประสงค์หลักที่ต้องการคือ การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เซรามิกส์รูปแบบใหม่ที่มีคุณค่าทางความงาม และสุนทรียศาสตร์รวมไปถึงประโยชน์ใช้สอยอย่างครบครัน

                ในด้านกระบวนการผลิต  เป็นการผลิตด้วยการขึ้นรูปที่หลากหลายทั้งการขึ้นรูปแบบขด การขึ้นรูปแบบแผ่น ขึ้นรูปด้วยแป้นหมุน การหล่อน้ำดินและการขึ้นรูปด้วยโรลเลอร์เฮด  ผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นเป็นผลงานที่มีทั้งรูปแบบที่เลื่อนไหลประยุกต์ไปได้ไม่รู้จบและผลงานที่มีรูปแบบตายตัวตามระบบอุตสาหกรรม  จากผลงานที่ได้ผลิตขึ้นจะเห็นได้ว่ามุ่งเน้นด้านประโยชน์ใช้สอยแล้ว ยังมีความงดงามอันเกิดจากความกลมกลืน ซึ่งสามารถที่จะสร้างสรรค์และพัฒนาคลี่คลายขึ้นไปได้อีกระดับหนึ่ง และคงเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจ หากมีการพัฒนางานวิจัยนี้ต่อไป