Jun 28, 2017 Last Updated 7:52 AM, Mar 23, 2558

การพัฒนาต่อยอดและถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นการทำเครื่องประดับนาฏศิลป์ไทย

หัวข้อโครงการ                    การพัฒนาต่อยอดและถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นการทำเครื่องประดับนาฏศิลป์ไทย

ผู้วิจัย                                     วัชระ   วชิรภัทรกุล   และคณะ

สังกัด                                     คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม   มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

ปี พ.ศ.                                    ๒๕๕๓

 

บทคัดย่อ

 

            โครงการวิจัยเรื่องการพัฒนาต่อยอดและถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นการทำเครื่องประดับนาฏศิลป์ไทย  โดยกำหนดพื้นที่ศึกษาเป็นกลุ่มศิลปหัตถกรรมทำเครื่องประดับนาฏศิลป์ไทย  (เทพสถิต)  เลขที่ ๗๑  หมู่ที่  ๙  ( คุ้มคงเจริญ )  บ้านโคกใหญ่  ตำบลเสม็ด  อำเภอเมืองบุรีรัมย์  จังหวัดบุรีรัมย์  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำผลการวิจัยที่สัมฤทธิ์ผลแล้วมาส่งเสริมการมีส่วนร่วมของกลุ่มผู้ผลิต  โดยพัฒนากระบวนการผลิตเพื่อต่อยอดและถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นการทำเครื่องประดับนาฏศิลป์ไทย  ให้สามารถผลิตได้จริง   และทำการบูรณาการการวิจัย  การเรียนการสอนโดยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับภูมิปัญญาท้องถิ่นระหว่างนักวิจัย  กลุ่มผู้ผลิต  ชุมชนเป้าหมาย  นักศึกษาสาขาวิชานาฏศิลป์  และนักศึกษาสาขาวิชาเทคโนโลยีเซรามิกส์  โดยนำผลของการวิจัย  มาถ่ายทอดให้เกิดประโยชน์เชิงพาณิชย์และสาธารณะ   โดยใช้กระบวนการวิจัยแบบมีส่วนร่วมผลการวิจัยพบว่าการทำเครื่องประดับนาฏศิลป์ไทยของกลุ่ม ฯ  เริ่มต้นมาจากครอบครัวจันทร์เจริญ  โดยคุณจักรินทร์  และคุณปราณี  จันทร์เจริญ  เข้ารับการฝึกอบรมการทำเครื่องประดับนาฏศิลป์ไทยของชุมชนวัดเทพากร  เขตบางพลัด  กรุงเทพมหานคร  โดยได้ฝึกมาจากครูสถาพร  เลี้ยงสอน  ซึ่งสืบทอดวิชาต่อมาจากครูสาคร  ยังเขียวสด  และกลับมาทดลองทำ  จนเกิดความเชี่ยวชาญ  และสามารถสร้างเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ของตนเอง  คือ หัวนางอัปสรา หรือหัวเขมรในรูปแบบต่าง ๆ  ที่กลุ่มได้สร้างสรรค์และพัฒนาได้อย่างสวยงามอลังการ    

             การพัฒนากระบวนการผลิตเพื่อต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นการทำเครื่องเครื่องประดับนาฏศิลป์ไทยในครั้งนี้   รูปแบบและลวดลายที่ผลิตขึ้นโดยสรุปมีอยู่  ๕ ลักษณะด้วยกัน คือ  ผลิตตามรูปแบบลวดลายดั้งเดิมแบบโบราณที่ทำสืบทอดกันต่อ ๆ มา   ผลิตตามรูปแบบเดิมแต่ออกแบบและจัดวางลายขึ้นมาใหม่เอง  ผลิตตามรูปแบบเดิมแต่ทำลวดลายตามที่มีผู้มาสั่งให้ทำ  ผลิตตามรูปแบบและลวดลายที่มีผู้นำมาสั่งให้ทำทั้งหมด  และผลิตตามรูปแบบและลวดลายที่คิดขึ้นมาเอง  แต่การผลิตโดยส่วนใหญ่จะทำตามรูปแบบและลวดลายเดิมกับลวดลายที่คิดขึ้นมาเองนำมาประยุกต์ผสมผสานเข้าด้วยกัน  ลูกค้าหลักที่ซื้อประจำก็คือร้านต่าง ๆ ที่ขายของชำร่วย  สถาบันการศึกษา  โรงเรียน  วิทยาลัย  มหาวิทยาลัย  ร้านเสริมสวยและร้านจำหน่าย  ให้เช่าชุดและเครื่องประดับทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด  และตามแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัด

                การพัฒนาต่อยอดและถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นการทำเครื่องประดับนาฏศิลป์ไทยตามแผนที่กลุ่มผู้ผลิตมีส่วนในการร่วมคิดร่วมทำนั้น  ในส่วนของผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ ร่วมสมัยที่สร้างสรรค์ขึ้น ทั้งของที่ระลึกเครื่องประดับและของใช้ของประดับตกแต่งทางกลุ่มฯ มีความพึงพอใจและมีแนวคิดที่จะเพิ่มเติมรูปแบบผลิตภัณฑ์อยู่แล้ว หากแต่ในสภาวะปัจจุบัน ยอดการสั่งซื้อยังมีปริมาณสูงทำให้ไม่สามารถแยกสายการผลิตได้ แต่ในอนาคตมีโครงการที่จะเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อขยายตลาดเพิ่มขึ้น

             ในส่วนของการออกแบบลวดลาย เพื่อการผลิตแม่พิมพ์เรซิ่นนั้น  ทางกลุ่มมีความพึงพอใจมากเพราะถือว่าเป็นองค์ความรู้ใหม่ที่ทางกลุ่มไม่สามารถผลิตได้เอง  หลังจากที่ได้ร่วมโครงการ  ฯ  แล้ว ทางกลุ่ม ฯ สามารถที่จะใช้ประสบการณ์ในการสังเกตพฤติกรรมของผู้บริโภคว่ามีความชื่นชอบ ลักษณะของรูปแบบลวดลายแบบใด ก็สามารถที่จะสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ได้เอง    ในส่วนผู้ที่เข้ามาฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการส่วนใหญ่มีความรู้  ฝึกปฏิบัติแล้วเข้าใจง่าย   อดทนและมีความตั้งใจสูง มุ่งมั่นที่จะทำงานให้สำเร็จ มีความละเอียด ประณีตทุกขั้นตอน   เนื่องจากมีความสนใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว  จึงไม่ค่อยพบปัญหาที่เกิดจากการฝึกอบรม

               การรังสรรค์ผลงานอันเป็นอาชีพภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่เป็นทรัพยากรหลักที่มีคุณค่ายิ่ง การสืบทอดภูมิปัญญา ฯ  ครั้งนี้ถือเป็นการพัฒนาขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง    ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมสามารถที่จะผลิตผลงานก่อให้เกิดรายได้ เป็นอาชีพหลักหรืออาชีพเสริมที่เข้มแข็งให้แก่สมาชิกในชุมชน  นักศึกษาและผู้สนใจทั่วไป   เป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดความรัก ความภาคภูมิใจ   ความหวงแหนในมรดกทางวัฒนธรรมและร่วมกันอนุรักษ์มรดกเหล่านั้นให้คงอยู่และพัฒนาหรือประยุกต์ผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ เป็นสินค้าสู่ตลาดภายในประเทศ และขยายไปสู่ระดับต่างประเทศ ได้อย่างมีเอกลักษณ์   เป็นการพัฒนางานทางด้านศิลปวัฒนธรรมให้เป็นสินค้าอุตสาหกรรมได้อย่างกลมกลืนและยั่งยืนสืบไป

การพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาที่เหมาะสมกับชุมชน

หัวข้อโครงการ                    การพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาที่เหมาะสมกับชุมชน     เลี้ยงช้าง  บ้านตากลาง  ตำบลกระโพ  อำเภอท่าตูม  จังหวัดสุรินทร์

ผู้วิจัย                                     วัชระ   วชิรภัทรกุล   และคณะ

สังกัด                                     คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม   มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

ปี  พ.ศ.                                  ๒๕๕๖

 

บทคัดย่อ

               โครงการวิจัยเรื่องการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาที่เหมาะสมกับชุมชน     เลี้ยงช้าง  บ้านตากลาง  ตำบลกระโพ  อำเภอท่าตูม  จังหวัดสุรินทร์  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางและความเป็นไปได้ ของเนื้อดินบริเวณในพื้นที่ทำการศึกษาหาอัตราส่วนผสมของวัตถุดิบในท้องถิ่น  ที่เหมาะสมในการผลิตเครื่องปั้นดินเผา  และทำการออกแบบผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาให้มีความเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น  และเหมาะสมกับการผลิตโดยใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นเป็นวัตถุดิบหลัก  

                จากการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมโดยการบูรณาการงานวิจัยเรื่องการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาที่เหมาะสมกับชุมชนเลี้ยงช้าง บ้านตากลาง ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ สู่การเรียนการสอนและเตรียมนำไปสู่การบริการทางวิชาการในโอกาสต่อไปนั้น ผลงานของนักศึกษาในทุกชั้นปี  พบว่านักศึกษาสามารถออกแบบสร้างสรรค์ผลงานที่ได้รับมอบหมายได้เป็นอย่างดี โดยสามารถนำเนื้อหาสาระในรายวิชาต่าง ๆทั้งจากภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติมาทำการออกแบบและผลิตชิ้นงานรวมไปถึงการแก้ปัญหาในการสร้างสรรค์โดยใช้ระบบของการทำงานเป็นทีม แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบเป็นลำดับขั้นตอนที่ชัดเจน ทำให้การปฏิบัติงานได้ผลเป็นอย่างดียิ่ง และผลจากการปฏิบัติงานดังกล่าวส่งผลให้คณะนักวิจัยสามารถนำผลงานเหล่านั้นมาพัฒนาต่อยอดโดยการปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการออกแบบและการผลิตผลงานในทุกชุดที่ได้ออกแบบและทดลองผลิตไป ซึ่งมีลักษณะที่เห็นได้อย่างชัดเจนในการสร้างสรรค์ก็คือ รูปแบบของผลงานไม่มีขีดจำกัดในรูปร่าง รูปทรงและรูปลักษณ์ของผลงาน สามารถที่จะออกแบบสร้างสรรค์และคลี่คลายเพื่อที่จะตอบสนองประโยชน์ใช้สอยทางกายภาพ มีความสะดวกสบายจากการใช้งานตามหน้าที่ มีโครงสร้างที่แข็งแรงคงทนเหมาะสมกับสรีระและมีความปลอดภัยในการใช้งาน ในด้านของความงาม ผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นจัดได้ว่ามีความสวยงามเหมาะสมตามประเภทของงาน มีความเรียบง่ายของรูปทรงและความละเอียดประณีตของชิ้นงาน ในด้านกระบวนการผลิตและความเหมาะสมกับการใช้เป็นของที่ระลึกสำหรับศูนย์คชศึกษา ฯ นั้น พบว่าผลงานในแต่ละชุดมีความเหมาะสมในการเลือกใช้วัสดุ และมีขั้นตอนและเทคนิคในการผลิตที่ไม่สลับซับซ้อนจนเกินไป อีกทั้งยังสามารถพัฒนาผลงานขึ้นไปได้อีกระดับหนึ่งได้อย่างเสรีตามที่ต้องการ แต่ทั้งนี้ยังคงยึดหลักการออกแบบตามแนวความคิดและแรงบันดาลใจจากความเป็นอัตลักษณ์ของศูนย์คชศึกษา โดยนำคุณลักษณะเด่นของช้างมาทำการออกแบบและผลิตผลงานเซรามิกส์ ซึ่งตอบสนองวัตถุประสงค์ที่ต้องการคือ การสร้างสรรค์ผลงานของที่ระลึกเซรามิกส์สำหรับศูนย์คชศึกษารูปแบบใหม่ที่มีคุณค่าทางความงามและสุนทรียศาสตร์รวมไปถึงประโยชน์ใช้สอยได้อย่างครบถ้วนและคงเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจหากมีการพัฒนางานวิจัยนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดผลในเชิงพาณิชย์ได้ในอนาคตต่อไป

 

คำสำคัญ : ของที่ระลึกหมู่บ้านช้าง

การพัฒนาเนื้อดินเทอราคอตต้า เพื่อใช้เป็นเนื้อดินปั้น

ชื่อโครงการ          การพัฒนาเนื้อดินเทอราคอตต้า  เพื่อใช้เป็นเนื้อดินปั้น  ในงานอุตสาหกรรมของตกแต่ง  กรณีศึกษา  ดิน  อำเภอลำปลายมาศ   จังหวัดบุรีรัมย์

ชื่อผู้วิจัย                นายวีระ   เนตราทิพย์

สาขาวิชาเทคโนโลยีเซรามิกส์ 

คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม    มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์     

บทคัดย่อ

               การศึกษาการพัฒนาเนื้อดินเทอราคอตต้า  เพื่อใช้เป็นเนื้อดินปั้น  ในงานอุตสาหกรรมของตกแต่ง  กรณีศึกษา  ดิน  อำเภอลำปลายมาศ   จังหวัดบุรีรัมย์ครั้งนี้  เป็นการศึกษาวิจัยเพื่อศึกษาสมบัติทางกายภาพของเนื้อดินปั้นระหว่างเนื้อดินลำปลายมาศ  กับดินดำ(Ball  clay)  ที่เหมาะสม  ในการขึ้นรูปด้วยมือและ  แบบแป้นหมุน โดยศึกษาหาอัตราส่วนผสมจากการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง   ( Purposive  sampling )   จากทฤษฎีเชิงเส้น  ( Line  Blend )  เพื่อศึกษาอัตราส่วนผสมระหว่างดินพื้นบ้านอำเภอลำปลายมาศ  กับดินดำ จำนวน  9  สูตร  ใช้วิธีการขึ้นรูปแบบอิสระและแบบแป้นหมุน  เผาที่อุณหภูมิ  1,000  องศาเซลเซียส 

             จากการทดลองพบว่าอัตราส่วนผสมที่เหมาะสมในการทำเนื้อดินชนิดเทอรราคอตต้า  ผู้วิจัยได้คัดเลือกสูตรที่  6  ซึ่งมีอัตราส่วนผสมดังต่อไปนี้   ดินลำปลายมาศ  ร้อยละ  60  ดินดำ    ร้อยละ 40   หลังการเผา  เนื้อดินมีสีน้ำตาลอ่อน   มีค่าการหดตัวของเนื้อดินอยู่ที่ร้อยละ  8.96  มีค่าการดูดซึมน้ำร้อยละ  12.59  และมีค่าความแกร่งของเนื้อดิน  231.43  กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร  ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ของเนื้อดินเซรามิกส์ชนิดเทอรราคอตต้า   คือมีค่าการหดตัวน้อย  ค่าการดูดซึมน้ำมาก   มีค่าความแกร่งน้อย  เมื่อเคาะแล้วจะเสียงไม่กังวาน   มีสีน้ำตาลอ่อนจนถึงน้ำตาลเข้ม   

            จากการนำเนื้อดินสูตรที่  6  มาทำการขึ้นรูปแบบอิสระหรือการขึ้นรูปด้วยมือ และแบบแป้นหมุน พบว่าเนื้อดินมีศักยภาพในการขึ้นรูปทั้งสองวิธีได้ดี  กล่าวคือ  เนื้อดินมีความเหนียว  เนียน นุ่ม สามารถ บีบ  กด   รีดดินให้เป็นแผ่นและคลึงให้เป็นเส้น  มีความหนาสม่ำเสมอดีการต่อประกอบให้เป็นรูปทรง ต่าง  ๆ  ได้อย่างดี    และสำหรับการขึ้นรูปแบบแป้นหมุนนั้น  เนื้อดินตั้งศูนย์ได้ง่ายทรงตัวได้ดีมาก  จัดแต่งรูปทรงได้ง่าย  สามารถขึ้นรูปเป็นชิ้นงานได้ทุกขนาด  ตั้งแต่  งานขนาดเล็ก  ขนาดกลาง  และขนาดใหญ่ซึ่งสามารถที่จะนำไปใช้การผลิตในเชิงอุตสาหกรรมได้