Nov 20, 2017 Last Updated 7:52 AM, Mar 23, 2558

การศึกษารูปแบบและลวดลายเพื่อพัฒนาการผลิตเครื่องเคลือบดินเผาบุรีรัมย์

หมวด: งานวิจัย
ฮิต: 905 times

ชื่อโครงการ          การศึกษารูปแบบและลวดลายเพื่อพัฒนาการผลิตเครื่องเคลือบดินเผาบุรีรัมย์

ชื่อผู้วิจัย                นายวัชระ             วชิรภัทรกุล

                             นายวีระ                เนตราทิพย์

                             นายปราโมทย์     ปิ่นสกุล

สาขาวิชาเทคโนโลยีเซรามิกส์ 

คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม    มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์     

 

บทคัดย่อ

             การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นมารวมถึงภูมิปัญญาในการสร้างสรรค์รูปแบบ  ลวดลาย  เพื่อพัฒนาการผลิตเครื่องเคลือบดินเผาบุรีรัมย์  โดยใช้เทคโนโลยีปัจจุบันเข้ามาช่วยในการพัฒนาวัตถุดิบและกระบวนการผลิตเป็นเครื่องดินเผาที่มีคุณสมบัติทางกายภาพใกล้เคียงกับเครื่องเคลือบดินเผาบุรีรัมย์มากที่สุด  และทำการอนุรักษ์เครื่องเคลือบดินเผาบุรีรัมย์ให้คงอยู่สืบไป  การวิจัยทำเป็น  2  ลักษณะคือ  วิจัยเชิงวิเคราะห์และการวิจัยเชิงทดลอง 

            การศึกษารูปแบบและลวดลายเครื่องเคลือบดินเผาบุรีรัมย์  ได้ผลสรุปว่าเครื่องเคลือบดินเผาบุรีรัมย์เป็น  เครื่องเคลือบดินเผาชนิดเนื้อแกร่ง  ( Stone  ware )    ขึ้นรูปด้วยแป้นหมุนเผาด้วยไฟที่มีอุณหภูมิสูงในเตาประทุน  การวิเคราะห์รูปแบบและลวดลายเครื่องเคลือบดินเผาบุรีรัมย์ทำให้ทราบว่าเตาเผาทุกแหล่งจะผลิตเครื่องเคลือบที่มีรูปแบบคล้ายกันเกือบทุกประเภท  เช่น  ตลับฟักทอง  กระปุกขนาดเล็ก  กระปุกรูปนก  ประติมากรรมรูปสัตว์  เช่น  ช้าง  ม้า  กระต่าย  และสัตว์อื่น ๆ  นอกจากนี้มี  ชาม  โถ  ไหเท้าช้าง  ไหไม่มีเชิง  ขนาดต่าง ๆ  ตั้งแต่ขนาดสูง  30 – 80  เซนติเมตร  ไหเหล่านี้บางครั้งก็ประดับเป็นรูปหน้าคนที่ส่วนคอไห  หรือบางครั้งก็ประดับด้วยรูป  หัวช้าง  หัวม้า  หรือหัวสัตว์อื่น ๆ  ตามบริเวณไหล่ของไห  นอกจากนี้ลักษณะการตกแต่งภาชนะมีทั้งการใช้ลายกลีบบัว  ลายขูดขีด  ลายกากบาดชั้นเดียวและสองชั้น  ลายซิกแซก  ลายคดโค้ง  ลายคลื่น  ลายโค้งระย้า  และลายหวี  ส่วนลวดลายพิเศษที่ใช้ประดับเป็นรูปบุคคลในอิริยาบถต่าง ๆ แบบรูปสัตว์ต่าง ๆ  หรือเป็นภาพแสดงพิธีกรรมบางอย่าง  เครื่องเคลือบดินเผาบุรีรัมย์  นับว่าเป็นผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมพื้นบ้านที่ยิ่งใหญ่และเก่าแก่  แสดงให้เห็นถึงความชำนาญ  และมีสุนทรีย์ของช่างอย่างเด่นชัด  มีลักษณะที่โดดเด่นเป็นของตนเอง  แม้ว่าจะมีหลายรูปแบบ  ที่มีส่วนคล้ายคลึงกับเครื่องถ้วยจีน  เวียดนาม  ญี่ปุ่น  และอินเดีย  อันน่าจะสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์  ระหว่างแหล่งเตาเผาบุรีรัมย์กับชาติเหล่านี้   อย่างไรก็ดีพบว่ามีเครื่องเคลือบบุรีรัมย์อีกหลายรูปแบบที่ช่างได้แสดงความเป็นตัวของตัวเอง  จัดเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องเคลือบที่มีลักษณะเฉพาะของเตาบุรีรัมย์ได้อย่างโดดเด่นไม่แพ้ที่ใด  และเครื่องเคลือบบุรีรัมย์นี้อาจจะเริ่มดำเนินการในราวพุทธศตวรรษที่  14  เป็นอย่างช้า   และดำเนินกิจการอุตสาหกรรมนี้เรื่อยมาเป็นเวลานาน  และน่าจะสิ้นสุดลงในราวพุทธศตวรรษที่  19  อาจด้วยภาวะสงคราม  หรือเหตุผลใดปรากฏชัดเจน (กองโบราณคดีกรมศิลปากร 2532) 

                ในส่วนของการวิจัยเชิงทดลอง  ได้ทำการวิจัยในห้องปฏิบัติการ  และทำการศึกษาหาแหล่งวัตถุดิบแหล่งดินเหนียวสำหรับทำเนื้อดินปั้น  กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการทดลอง  คือ  ดินบ้านกรวดที่ได้จาก  หมู่บ้านสายตรี  7  ตำบลบึงเจริญ  อำเภอบ้านกรวด  จังหวัดบุรีรัมย์  และดินดำ (Ball  Clay)  โดยใช้ในอัตราส่วนร้อยละ  50  ผลการทดสอบสมบัติทางกายภาพหลังเผาแกร่งที่อุณหภูมิ  1,230  องศาเซลเซียส   เนื้อดินมีสีน้ำตาลอ่อนออกครีม  มีค่าการหดตัวของเนื้อดินอยู่ที่ร้อยละ  9.8   มีค่าการดูดซึมน้ำร้อยละ  3.70  และมีค่าความแกร่งของเนื้อดิน  461.23  กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร   มีความเหนียวดี  สามารถขึ้นรูปด้วยแป้นหมุนได้ดีมาก

                การวิจัยน้ำเคลือบเพื่อหาสูตรน้ำเคลือบที่ใกล้เคียงกับน้ำเคลือบของเครื่องเคลือบดินเผาบุรีรัมย์  ได้ทำการสุ่มตัวอย่าง  2  วิธีด้วยกันคือ

                การนำสูตรเคลือบพื้นฐานจากเคลือบใส  ทำการปรับค่าอะลูมิน่า  ต่อ  ซิลิกา (Al2O3  :    SiO2)  จำนวน  12  สูตร  เพื่อหาอัตราส่วนผสมมีคุณสมบัติที่เหมาะสมจะนำไปเคลือบผลิตภัณฑ์  ผู้วิจัยได้เลือกสูตรที่  5  ซึ่งประกอบด้วย  หินฟันม้า (Potash  Feldspar)  ร้อยละ  52  หินปูน  (Lime  Stone)  ร้อยละ  20  ดินขาว  (Kaolin)   ร้อยละ  17      และหินเขี้ยวหนุมาน (Quartz)  ร้อยละ  11  ซึ่งเป็นสูตรที่มีลักษณะการหลอมตัวที่สมบูรณ์  เป็นเคลือบใสมีความมันวาวสม่ำเสมอ  สามารถนำไปพัฒนาให้มีสีเคลือบใกล้เคียงกับเครื่องเคลือบบุรีรัมย์  โดยการเพิ่มสารให้สี  คือ  คอปเปอร์ออกไซด์  (Copper  Oxide)   และเฟอร์ริกออกไซด์  (Ferric  Oxide)  ร้อยละ  2, 4  และ  6  ตามลำดับ  และจากการทดลองเคลือบขี้เถ้าเทียม  พบว่ามีการไหลตัวของเคลือบแตกเป็นเส้น  สามารถปรับสีให้ใกล้เคียงกับผลิตภัณฑ์เครื่องเคลือบดินเผาบุรีรัมย์เป็นอย่างมาก

                หลังจากที่ได้ทดลองผลิตตลอดทั้งกระบวนการ  สามารถวิเคราะห์เป็นภาพรวมได้  คือ  ด้านวัตถุดิบ  จะใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ในพื้นที่เป็นวัตถุดิบหลัก  โดยใช้ดินบ้านกรวดผสมที่ผ่านการคัดเลือกและสามารถทำงานกับน้ำเคลือบได้สมบูรณ์  ผลิตภัณฑ์ที่ได้ทั้ง  6  กลุ่ม  มีรูปแบบ  ลวดลาย  สีเคลือบรวมไปถึงอารมณ์ความรู้สึกที่  ใกล้เคียงผลิตภัณฑ์เครื่องดินเผาโบราณจังหวัดบุรีรัมย์  พร้อมที่จะพัฒนาให้มีประโยชน์ใช้สอยที่หลากหลายยิ่งขึ้น  และสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัยกลับไปถ่ายทอดโดยจัดทำเป็นโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการวิชาชีพเครื่องปั้นดินเผาเพื่อสืบสานเครื่องปั้นดินเผาบุรีรัมย์  ทำการผลิตในแหล่งเดิม  อันจะนำไปสู่ความรักหวงแหนในมรดกวัฒนธรรม  และร่วมกันอนุรักษ์มรดกเหล่านั้น  ให้คงอยู่และพัฒนา  ให้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มพูนรายได้  ให้แก่ประชาชนในท้องถิ่นได้ต่อไปอย่างยั่งยืน