Aug 19, 2017 Last Updated 7:52 AM, Mar 23, 2558

การพัฒนาเนื้อดินอำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์เพื่อใช้ในการขึ้นรูปผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาแบบใบมีด (Jiggering)

หมวด: งานวิจัย
ฮิต: 911 times

ชื่อโครงการ        การพัฒนาเนื้อดินอำเภอบ้านกรวด  จังหวัดบุรีรัมย์เพื่อใช้ในการขึ้นรูปผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาแบบใบมีด  (Jiggering)

ชื่อผู้วิจัย                นายปราโมทย์   ปิ่นสกุล

                          นายกฤษดากร   เชื่อมกลาง

สาขาวิชาเทคโนโลยีเซรามิกส์ 

คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม    มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

ปีที่ทำวิจัย             2552    

บทคัดย่อ

                จากการศึกษาทดลองการนำดินพื้นบ้านจากอำเภอบ้านกรวด  จังหวัดบุรีรัมย์เพื่อใช้ในการขึ้นรูปผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาแบบใบมีด  (Jiggering)  ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาอัตราส่วนผสมของเนื้อดิน  โดยใช้ทฤษฎีเชิงเส้น  ( Line  Blend )  มีวัตถุดิบ  2  ชนิด   ได้แก่ดินจากอำเภอบ้านกรวด  และดินดำทั้งหมด 10  สูตร  นำไปเผาที่อุณหภูมิ  1,230  องศาเซลเซียส  ทำการทดสอบสมบัติทางกายภาพของเนื้อดินหลังการเผา  และเพื่อนำเนื้อดินที่มีอัตราส่วนผสมที่เหมาะสมสำหรับการขึ้นรูปแบบใบมีด   มาทดแทนการซื้อเนื้อดินสำเร็จรูปที่มีราคาค่อนข้างสูง  และเป็นการสร้างเอกลักษณ์ให้กับผลิตภัณฑ์   ในส่วนของการใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นสร้างเป็นผลิตภัณฑ์

              จากการทดลองพบว่าสูตรที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมได้แก่สูตรที่  6  ซึ่งมีอัตราส่วนผสมดังนี้ดินพื้นบ้าน อ.บ้านกรวด  ร้อยละ  50  และดินดำร้อยละ  50   เมื่อทำทดสอบสมบัติทางกายภาพของเนื้อดินหลังการเผาแกร่งแล้วเนื้อดินมีสีน้ำตาลอ่อนออกครีม  มีค่าการหดตัวของเนื้อดินอยู่ที่ร้อยละ  9.8   มีค่าการดูดซึมน้ำร้อยละ  3.70  และมีค่าความแกร่งของเนื้อดิน  461.23  กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร  ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ของเนื้อดินเซรามิกส์ชนิด สโตนแวร์  คือมีค่าการหดตัวไม่เกินร้อยละ  15   ค่าการดูดซึมน้ำไม่เกินร้อยละ  5  มีค่าความแกร่งมาก   ตามเกณฑ์มาตรฐานของเนื้อดินชนิด สโตนแวร์  เมื่อเคาะแล้วจะมีเสียงดังกังวาน   ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มเนื้อดินชนิด สโตนแวร์

              เมื่อนำมาทดสอบเพื่อวิเคราะห์ศักยภาพในการขึ้นรูปแบบใบมีดแล้ว  เนื้อดินมีความเหนียว  การกดวางใบมีดลง  และการรีดเนื้อดินเข้าตามขนาดความหนาของแบบพิมพ์ได้ดี    ระยะเวลาในการหลุดร่อนออกจากแม่พิมพ์อยู่ที่ระหว่างเวลา  20 – 25  นาที  ซึ่งเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมคือไม่มากเกินและไม่น้อยจนเกินไป   และที่สำคัญเนื้อดินสามารถทรงตัวตามรูปแบบที่ได้ออกแบบไว้   ไม่แตกร้าว  ไม่บิดเบี้ยว  ซึ่งสามารถที่จะนำไปพัฒนาใช้ในการผลิตเชิงอุตสาหกรรมได้